วิธีการง้อแฟน

เชื่อได้เลยว่าการทะเลาะเบาะแว้ง มีปากมีเสียงกัน หรือการไม่เข้าใจกันระหว่างคน 2 คน เป็นสิ่งที่ทุกคนคงได้เจอกันอยู่เสมอ ไม่มีใครหรอกที่จะมีความสุข เฮฮา หรือว่ารื่นเริงกันอยู่ตลอด ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงชีวิตนี้ดูท่าทางจะขาดสีสันไปไม่น้อย แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม การทะเลาะกันก็ไม่เคยส่งผลดี แถมยังจะพาลทำให้เสียความรู้สึกกันซะเปล่าๆ ดังนั้น การง้อ จึงเป็นสิ่งที่ต้องทำภายหลังจากที่ทะเลาะกันไปแล้ว แต่จะง้อแฟนอย่างไรให้ได้ผลล่ะ นั่นคือประเด็นสำคัญที่ผมเอามาฝากทุกคนครับ มาดูวิธีการง้อแฟนกันเลยครับ

  1. ระงับอารมณ์ซะ

คุณต้องมั่นใจว่า ก่อนที่คุณจะเข้าไปง้อ คุณต้องไม่มีอารมณ์โกรธหรืออารมณ์โมโหในเรื่องที่ได้ทะเลาะกันไปเหลืออยู่ เพราะถึงแม้ว่าจะง้อด้วยวิธีที่พิเศษขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้ายังมีอารมณ์ค้างคาอยู่ในใจ ยังไงก็ไม่ได้ผล ดังนั้นขอให้แน่ใจว่าคุณอารมณ์เย็นมากพอ แล้วจึงค่อยเข้าไปง้อครับ

  1. เอ่ยปาก “ขอโทษ” จากใจจริง

คงไม่มีคำไหนในโลกนี้ที่จะจริงจังและตรงกับความรู้สึกได้มากไปกว่าคำว่า ขอโทษ หรอกครับ แต่ยังไงก็ตามก็ขอให้มั่นใจว่าคำขอโทษนั้นเป็นคำขอโทษที่มาจากใจจริง เจตนาจะขอโทษจริงๆ ไม่ใช่เป็นการประชดประชัน เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจะยิ่งทำให้ปัญหาบานปลายมากขึ้นกว่าเดิม

  1. หาของขวัญให้สักชิ้น

บางทีการมีตัวช่วยอย่างของขวัญดีๆ สักชิ้น นั่นอาจเป็นสิ่งของที่เธอหรือเขาอยากได้ ใส่ในกล่อง ห่อปิดให้สวยๆ แล้วตามด้วยดอกไม้สักช่อ หรือการ์ดเพื่อบอกว่าขอโทษ เพียงเท่านี้แฟนของคุณก็น่าจะใจอ่อนขึ้นมาบ้างแล้วครับ

  1. แสดงให้เห็นว่าคุณเปลี่ยนไปจริงๆ

เมื่อเราพูดคำว่า “ฉันเต็มใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคุณ” แน่นอนว่านั่นเป็นคำพูดที่ดีเยี่ยมสำหรับการออดอ้อนคนรัก แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ เมื่อคุณพูดแล้วคุณก็ควรปฏิบัติตามให้ได้ด้วย

  1. สัญญาว่าจะเป็นคนรักที่ดี

การที่เมื่อกลับมาดีกันแล้ว ถ้ายังเกิดเหตุการณ์ซ้ำๆ ทำผิดซ้ำๆ จะทำให้เสียความรู้สึกซะเปล่าๆ ดังนั้นคุณควรทำให้เธอหรือเขามั่นใจด้วยการสัญญา ว่าจะเป็นแฟนที่ดีตลอดไป (อย่าลืมว่าต้องทำด้วยนะ)

ค่อยๆ ลองทำไปเรื่อยๆ ทีละข้อ พิสูจน์ตัวเองให้เค้าเห็นว่า แม้เราทำผิดเราก็กล้าที่จะยอมรับและปรับปรุงตัวใหม่ ผมเชื่อว่าไม่ช้าก็เร็วยังไงแฟนของคุณต้องใจอ่อนแน่ๆ

วิธีการง้อแฟน
ภาพจาก : flickr.com

Read More

วิธีผูกเนคไท

วิธีการผูกเนคไท

แม้กระแสแฟชั่นจะเปลี่ยนไปกี่ยุคกี่สมัย แต่เนคไท ก็ยังเป็นเครื่องประดับที่ขาดไม่ได้เวลาที่หนุ่มๆ ของเราแต่องค์ทรงเครื่องนะครับ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเด็กๆ ที่เพิ่งก้าวขึ้นมาเป็นหนุ่ม หลายคนต้องประสบกับปัญหาผูกเนคไทไม่เป็น อย่างนี้ก็เป็นอุปสรรคในการจะแต่งกายเนี๊ยบๆ ไปเรียน หรือไปทำงานอยู่เหมือนกันนะเนี่ย

เรามาดูมีวิธีเลือกผูกเนคไท ให้เหมาะสมกับขนาดเนคไทกันก่อนครับ

  • ไทค์หน้ากว้าง 4 นิ้ว เป็นอิตาเลียนสไตล์ เหมาะกับการผูกแบบทบ หรือสองทบง่ายๆ แล้วจะเกิดรอยบุ๋มแบบหยดน้ำ หรือเป็นแฉกคล้ายทองหยิบ ขึ้นอยู่กับเนื้อผ้า และการกำหนดปมตอนแรก
  • ไทค์หน้าแคบลงมาประมาณ 5 นิ้ว เหมาะกับการผูกแบบวินเซอร์ เป็นปมสามเหลี่ยมแบบอังกฤษ และแบบทบ หรือสองทบที่เรียกว่าโฟร์อินแฮนด์ หรืออเมริกันก็ได้ แต่ถ้าผูกแบบโฟร์อินแฮนด์แล้ว ไทค์แบบอิตาเลียนจะสวยกว่า
  • เช็คความยาว ไม่ควรยาวห้อยลงเกินเอวจนหรือถึงตรงเป้ากางเกง
  • ถ้าคุณเป็นคนเนี้ยบ ขอแนะนำโทนสีเดียวกับชุด มีลวดลายเล็กๆ ก็พอ แต่ถ้าคุณคือหนุ่มมั่น เลือกสีที่เด่นตัดกับชุดขึ้นมาก็เท่ไปอีกแบบครับ

วิธีผูกเนคไท 3 แบบง่ายๆ ที่รับรองว่าทำตามได้ไม่ยาก

  1. Knotวิธีผูกเนคไท
  2. Pratt Knot

วิธีผูกเนคไท

  1. Windsor

วิธีผูกเนคไท

เป็นยังไงบ้างครับ ขั้นตอนแบบ step by step แบบนี้ น่าจะทำตามกันได้ไม่ยาก หวังเป็นอย่างยิ่งว่า 3 วิธีนี้ จะเป็นประโยชน์แก่หนุ่มๆ ทุกคนนะครับ

ภาพจาก : kapook.com

Read More

วิธีทำให้รักแร้ขาว

เรื่องของผิวใต้วงแขนคล้ำ ไม่เรียบเนียนนั้นเป็นปัญหาที่เชื่อว่าสาวๆหลายๆคนกำลังเผชิญอยู่ เนื่องจากผิวบริเวณนี้เป็นผิวที่มีความบอบบางมาก หากมีการเสียดสี หรือการขัดที่รุนแรงก็จำทำให้เกิดสีคล้ำได้ง่าย

คุณไม่ต้องกังวลอีกต่อไป วันนี้ขอนำเสนอวิธีการทำให้รักแร้ดูขาวเนียนขึ้นด้วยวิธีการที่ง่ายๆด้วยของใช้ที่มีอยู่ภายในบ้าน

  1. สูตรมะขามเปียก+น้ำผึ้ง

โดยการนำมะขามเปียกผสมกับน้ำผึ้งทาให้ทั่วบริเวณรักแร้ ทิ้งไว้ระมาณ 10 นาทีแล้วล้างออก ทำให้ผิวรักแร้ดูขาวเนียนขึ้น แต่ไม่ควรใช้เกินอาทิตย์ละ 2 ครั้ง เพราะจะทำให้ผิวถูกรบกวนมากเกินไปจนอาจระคายเคืองได้

สรรพคุณของมะขามเปียก

– มีกรดผลไม้ (AHA) หากนำมาขัดผิว จะช่วยผลัดเซลส์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก ช่วยให้ผิวสะอาด กระจ่างใส ลดรอยด่างดำและความหมองคล้ำให้จางลง จุดแห้งกร้านเนียนนุ่มขึ้น

  1. สูตรมะนาว

นำมะนาวสดมาฝาน จากนั้นก็นำมาถูวนเบาๆตรงบริเวณรักแร้ ทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที จะทำให้มีการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปและทำให้รักแร้ขาวขึ้นอย่างแน่นอน

  1. สูตรแตงกวา

วิธีนี้จะคล้ายๆการมาร์กหน้าที่สาวๆรู้จักกัน วิธีการทำคือนำแตงกวามาฝานเป็นชิ้นบางๆ แล้วนำมาขัดผิวใต้วงแขนเบาๆ หรือวางทิ้งไว้ตรงบริเวณใต้วงแขนของคุณประมาณ 20 นาที จะช่วยทำให้ผิวใต้วงแขนขาวเนียนขึ้นเหมือนกันค่ะ

  1. สารส้ม

นำสารส้มทาใต้วงแขนหลังอาบน้ำเสร็จเป็นประจำทุกๆวัน โดยการถูวนเบาๆจะช่วยให้รักแร้ไม่มีกลิ่นเหม็นและไม่ทำให้รักแร้ดำด้วย

ลองไปทำตามดูนะคะ หากสาวๆหมั่นดูแลอย่างสม่ำเสมอ เชื่อว่าปัญหาใต้วงแขนจะหายไป คืนความมั่นใจ… ใส่ชุดไหนก็สวยได้ดั่งใจเลยจ้า

วิธีทําให้รักแร้ขาว
ภาพจาก : edtguide.com

Read More

วิธีมัดผม

เบื่อแล้วหรือยังน้า กับวิธีมัดผมทรงผมเดิมๆ ทุกวัน ลองมาแต่ง เติม เพิ่มลูกเล่นให้กับการมัดผมทรงหางม้าในสไตล์ “Ponytail” ทรงผมยอดฮิตที่ทำเองได้ง่ายๆ เรียกได้ว่าปรับเปลี่ยนได้สนุก ปรับลุคให้ไม่น่าเบื่อได้ทุกวันเลยล่ะ!!

1. มัดผมสูง ดัดลอนปลายเบาๆ น่ารักแบบสาวญี่ปุ่น

วิธีมัดผม
ภาพจาก : pinterest.com

2. ถักเปียด้านข้างสองข้าง หรือบิดเกลียวมัดสูง เพิ่มลูกเล่นให้ดูไม่น่าเบื่อ แถมยังน่ารักสไตล์สาวหวาน

วิธีมัดผม
ภาพจาก : pinterest.com

3. มัดหางม้าแบบปกติ แต่ยีผมด้านในให้ฟูๆ ฟองๆ ก็ได้ลุคเปรี้ยวๆ แล้ว

วิธีมัดผม
ภาพจาก : pinterest.com

4. ถักเปียคาดด้านหลัง แล้วมัดหางม้าไว้ด้านข้าง เป็นสาวหวานได้ในวันพิเศษ

วิธีมัดผม
ภาพจาก : pinterest.com

5. ถักเปียหลวมๆ แล้วมัดหางม้าสูงนิดๆ เปลี่ยนแนวเป็นขาลุย

วิธีมัดผม
ภาพจาก : pinterest.com

6. มัดหางม้าแบบเป็นปล้องๆ เรียบ เก๋ ไปอีกแบบนะคะ อย่าลืมไปลองทำกันดู

วิธีมัดผม
ภาพจาก : pinterest.com

Read More

วิธีเกล้าผม

วิธีเกล้าผมมีหลากหลายวิธี ทั้งเกล้าผมเองด้วยขั้นตอนง่ายๆ หรือจะใช้อุปกรณ์ช่วยทำอย่างการทำดังโงะ วันนี้มาดูวิธีการเกล้าผมสวยๆ โดยเฉพาะสาวๆ ที่มีผมเยอะและหนาให้ได้ลองเอาไปฝึกเกล้าอย่างง่ายๆ โดยมีอุปกรณ์เพียงแค่ยางรัดผม กิ๊บติดผมสีดำ และเครื่องประดับตกแต่งทรงผมแบบต่างๆ ตามขั้นตอนเกล้าผมง่ายๆ ดังนี้เลยค่ะ

วิธีเกล้าผม
ภาพจาก : hairbundiy.com

1. ขั้นแรกให้หวีผมให้เรียบร้อย แล้วรวบผมทรงสูงด้วยยางรัดผมให้แน่น จากนั้นแบ่งผมหางม้าออกเป็นสองส่วน

วิธีเกล้าผม
ภาพจาก : hairbundiy.com

2. เริ่มทำเกลียวผมส่วนแรกแล้วเกลียวม้วนรอบโคนผมจนหมดความยาวของเส้นผม

วิธีเกล้าผม
ภาพจาก : hairbundiy.com

3. ติดกิ๊บติดผมสีดำให้เรียบร้อย หรือจะติดกิ๊บประดับตกแต่งให้สวยงาม

วิธีเกล้าผม
ภาพจาก : hairbundiy.com

4. ขั้นต่อมาให้ทำวิธีเดียวกันกับหางม้าส่วนที่เหลือ

วิธีเกล้าผม
ภาพจาก : hairbundiy.com

5. เมื่อเกล้าผมเรียบร้อยแล้ว เพื่อนๆ สามารถประดับด้วยเครื่องประดับ หรือปิ่นปักผมได้ตามชอบ โดยลองเลือกเครื่องประดับให้เข้ากับเสื้อผ้าที่ใส่ในวันนั้นๆ ดูนะคะ แล้วลุคของเพื่อนๆ จะดูสวยงามน่ารักขึ้นมากเลยทีเดียวน้า

ภาพจาก : hairbundiy.com
ภาพจาก : hairbundiy.com

Read More

วิธีมัดใจชาย

6 วิธีมัดใจผู้ชายที่แอบรัก

รักเอย..รักหวานๆ มันเป็นอย่างไรน้า เมื่อมีโอกาสอย่าปล่อยให้ความรักลอยผ่านคุณไปเฉยๆ เพราะการจะตกหลุมรักใครสักคน บางครั้งเราก็ต้องลองเป็นฝ่ายเริ่มต้นเองบ้าง แต่จะลุยแบบโต้งๆ ก็อาจจะดูไม่เหมาะไม่งามสักเท่าไหร่ งั้นลองมาดู 6 วิธีมัดใจชาย ที่ไม่เชื่อก็คงต้องลองพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วล่ะ ว่าเวิร์คมั้ย!!

  1. ยิ้ม

รู้มั้ยว่าหนุ่มๆ จะถูกดึงดูดโดยสาวที่ยิ้มง่ายและดูมีความสุขตามธรรมชาติ ดังนั้นเวลาที่คุยกับเขาพยายามยิ้มบ่อยๆ แต่อย่ายิ้มจนเขารู้ว่าคุณชอบ จำไว้ว่าเขาต่างหากที่ต้องชอบคุณ

 

  1. สบตากันหน่อย

ลองใช้สายตาอันมีเสน่ห์มองไปที่เขา แต่ถ้าคุณไม่อยากให้เขารู้ว่าคุณชอบเขามากๆ ก็อย่าจ้องเขามากจนเกินไป เอาแค่พอประมาณ จะได้ดูเป็นผู้หญิงน่าค้นหายังไงล่ะ

 

  1. อย่ากลัวที่จะเป็นฝ่ายเริ่ม

ดีกว่าต้องคอยมาลุ้นและสวดมนต์ภาวนารอเขาเข้ามาอยู่ฝ่ายเดียว เราเองก็สามารถเป็นฝ่ายเริ่มต้นโดยที่ไม่ดูเปิดเผยเกินไป และอย่าทำตัวเป็นเหมือนเพื่อน แม้ว่าความสัมพันธ์ที่ดีเริ่มต้นจากความเป็นเพื่อน แต่อย่ามัวทำตัวให้เขาคิดว่าคุณต้องการเป็นแค่เพื่อน ไม่งั้นอาจลงเอยด้วยการเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ ก็ได้นะ

 

  1. จับสักนิด สักหน่อย

เวลาคุยกับเขาบนโต๊ะอาหารให้แตะปลายนิ้วของคุณกับมือของเขา แต่ถ้านั่งติดกันก็ลองแกล้งเอาเท้าไปโดนเขานิดๆ แต่ไม่ใช่ปล่อยตัวนะจ้ะ ถ้าคุณอยากให้เขาสนใจคุณจริงๆ จงอย่าปล่อยตัวเด็ดขาด หากเขารู้ว่าคุณชอบแล้ว เขาจะไม่ตื่นเต้น แต่จะคิดว่าคุณเรียกร้องความสนใจแทน

 

  1. วางตัวอย่างฉลาด

นอกจากการส่งสายตาแล้ว การพยายามทำตัวใกล้ชิดกับเขาจะช่วยเร่งสัญญาณให้เขาอยากเดินหน้า เช่น ขยับเข้าไปอยู่ใกล้ๆ เขาสักหน่อยเวลาไปเจอกับฝูงชน หรือพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ใช้ความจริงใจแล้วเดินหน้าเลย

 

  1. อดทนหน่อย

อย่าเร่งรัดในเรื่องความรักให้เวลาเขาได้คิดว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเรา ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติและเวลาของมัน

 

วิธีมัดใจผู้ชาย
ภาพจาก : khanpak.com

Read More

วิธีมัดใจสามี

บางครั้งการอยู่ด้วยกันนานๆ ก็อาจทำให้ชีวิตรักเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายได้เหมือนกัน ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ชีวิตหลังแต่งงานจืดชืดไม่สดใส ก็ต้องหมั่นเติมความรักให้แก่กันและกันอยู่เสมอ รักใครกำลังจืดจางลองมาดูวิธีมัดใจสามีทั้ง 6 ข้อนี้ดูค่ะ

วิธีมัดใจสามี
ภาพจาก : pinterest.com
  1. ใช้เวลาว่างร่วมกันให้มากขึ้น

การกลับมาที่บ้านให้เร็วขึ้นเพื่อใช้เวลาอยู่ร่วมกับสามีให้นาน แล้วใช้เวลานี้ในการพูดคุยถามไถ่ความรู้สึก และถ่ายทอดเรื่องราวที่พบเจอมาให้แก่กันบ้าง จะช่วยเพิ่มความรักแล้วความเข้าใจที่อาจขาดหายไปและทำให้ต่างฝ่ายต่างกลับมาตกหลุมรักกันอีกครั้ง

  1. ลองปรับตัวให้กลับไปเป็นคนเดิม

หลายครั้งที่ผู้หญิงมักจะน้อยอกน้อยใจเพราะสามีทำตัวไม่เหมือนเก่า ซึ่งถึงแม้ว่าสำหรับบางคนจะเป็นเรื่องจริง แต่บางทีผู้หญิงเองก็เปลี่ยนไปไม่น้อยหลังจากแต่งงาน ดังนั้นก่อนที่จะโยนความผิดให้สามีลองสำรวจตัวเองดูก่อน แล้วพยายามปรับปรุงให้เหมือนคนเก่าที่สามีเคยรักเคยหลงให้ได้ เพื่อชีวิตแต่งงานที่หวานอีกครั้ง

  1. เปลี่ยนเซ็กส์ให้แซบกว่าเดิม

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเซ็กส์เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของการแต่งงาน ซึ่งถ้าหากเซ็กส์น่าเบื่อก็จะทำให้ชีวิตการแต่งงานจืดชืดลงได้เช่นกัน สำหรับปัญหานี้ก็ง่ายมากแค่เพียงหาท่าทางใหม่ๆ มาทดลอง หรือเปลี่ยนบรรยากาศเปลี่ยนสถานที่ในการเติมเต็มชีวิตรักให้สดชื่นไม่น่าเบื่อ

  1. ให้เขามีพื้นที่ส่วนตัวบ้าง

บางทีภรรยาก็ขี้หึงหวงทำตัวติดกับสามีมากเกินไป จนทำให้เขารู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจโดนที่เราไม่รู้ตัว ดังนั้นควรเว้นระยะห่างให้เขามีพื้นที่และมีเวลาส่วนตัวได้ทำตามความต้องการของตัวเองบ้าง

  1. ให้ความสนใจในสิ่งที่สามีสนใจ

ภรรยาคนไหนที่ชอบส่ายหน้าเวลาที่สามีให้ความสนใจกับอะไรสักอย่างที่คุณเห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ก็ควรจะหยุดถ้าอยากให้สามีกลับมารักเหมือนเดิม เพราะการอยู่ร่วมกันเราก็ควรแสดงความสนใจและสนับสนุนในสิ่งที่เขาสนใจ คอยเป็นกำลังใจ พร้อมทั้งพูดคุยเรื่องนั้นกับเขาได้

  1. เซอร์ไพรส์บ่อย ๆ

การแอบทำอาหารมื้อพิเศษ ดินเนอร์สุดเซอร์ไพรส์ไว้ให้สามีบ้าง และหาโอกาสพิเศษๆ ทำอะไรก็ได้น่ารักๆ หรืออาจจะซื้อของที่เขาอยากได้ให้เป็นของขวัญ เพื่อทำให้เขารู้สึกเป็นคนพิเศษมากขึ้น แถมยังสร้างความรู้สึกตื่นเต้น และช่วยเพิ่มระดับความรักได้ดีอีกด้วยล่ะ

Read More

วิธีแก้ง่วง

หนังท้องตึง หนังตาก็หย่อน คำพูดนี้หลายคนคงเจอกับตัวบ่อยๆ นะคะ หรือบ่ายๆ นั่งทำงานยาวๆ เงียบๆ ก็เป็นอันเผลอหลับเสียทุกที ใครที่ชอบมีอาการง่วงๆ เบลอๆ รู้สึกไม่กระปรี้กระเปร่าเวลาทำงาน ลองมาดู 6 เทคนิควิธีแก้ง่วง ไปเลือกปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเองกันดูค่ะ

  1. ลุกขึ้นเดิน ยืดเส้นยืดสาย

รู้มั้ยคะว่า การเดินเป็นเวลา 20 นาที สามารถเพิ่มระดับพลังงานในร่างกายให้สูงขึ้น และลดอาการอ่อนล้าให้หมดไปได้ค่ะ

 

  1. ลองใช้หูให้มากขึ้น

การฟังเพลงในขณะที่ทำงานอยู่นั้น จะสามารถช่วยทำให้เรารู้สึกตื่นตัวและช่วยเพิ่มสมาธิได้ดีอีกวิธีหนึ่ง แต่ก็ควรเลือกเพลงที่สนุกสนานด้วยนะคะ เพราะไม่งั้นแทนที่จะตื่นตัว อาจยิ่งทำให้เคลิ้มหลับได้ง่ายขึ้นไม่รู้ด้วยนะ

 

  1. พักสายตาเสียบ้าง

ลองละสายตาจากคอมพิวเตอร์บ้าง แล้วหันไปมองบรรยากาศรอบๆ ตัว ให้สายตาของตัวเองได้หยุดพักในเวลาที่เหมาะสมเป็นช่วงเวลาสั้นๆ บ้าง ลองดูสิ

 

  1. ยืดเส้นยืดสาย

การนั่งติดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน เป็นสาเหตุสำคัญของอาการปวดคอ จนอาจรู้สึกว่าคอแข็งและขยับคอลำบากนะคะ ดังนั้นการยืดเส้นยืดสายร่างกายเสียบ้าง ก็จะช่วยให้ร่างกายของเราไม่เกิดความเหน็ดเหนื่อยหรืออ่อนล้ามากจนเกินไป

 

  1. เพิ่มพลังและผ่อนคลายด้วยการกินขนมขบเคี้ยวที่มีประโยชน์

การรับประทานอาหารในมื้อใหญ่สามารถทำให้เราเกิดการง่วงนอนได้นะรู้มั้ย ลองรับประทานอาหารมื้อหลักในปริมาณอาหารที่น้อยลง และตลอดวันให้คุณรับประทานขนมขบเคี้ยวที่มีประโยชน์มากขึ้นเพื่อให้เกิดพลังงานในร่างกายอย่างเพียงพอ

 

  1. ใช้น้ำเย็นในการแก้ง่วง

ถ้าทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมาไม่ได้ผล คงไม่มีอะไรที่จะปลุกคุณให้ตื่นได้ดีไปกว่าการใช้น้ำเย็นล้างหน้า และดื่มน้ำเย็นอีกแล้ว เพราะน้ำจะเป็นตัวช่วยอย่างดีที่ช่วยเติมความสดชื่นให้ร่างกายในช่วงที่อ่อนล้าของวันค่ะ

วิธีแก้ง่วง
ภาพจาก : pinterest.com

Read More

วิธีลดสะโพก

สาวๆ มักจะชอบกลัวความอ้วน เกลียดไขมัน โดยเฉพาะไขมันตรงส่วนบั้นท้าย หรือสะโพกที่ใหญ่ จนทำให้สูญเสียความมั่นใจ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องใส่เสื้อผ้าโชว์สะโพก แต่ก็อย่าเพิ่งท้อนะคะ เพราะเรายังมีวิธีลดสะโพกที่ใช้สลายไขมันบั้นท้าย สลัดผิวเปลือกส้ม และรอยแตกลายที่คอยกวนใจสาวๆ ให้ออกไปด้วย 3 ท่าง่ายๆ ดังนี้

ท่านอนยกสะโพก

เริ่มด้วยการนอนหงายลงบนเสื่อ งอเข่าเล็กน้อยแล้วค่อยๆ ยกสะโพกขึ้นเหนือพื้น เกร็งกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกเล็กน้อยค้างไว้ซักพักแล้วค่อยๆ ผ่อนสะโพกลงเหมือนท่าเตรียม ทำอย่างน้อย 2 เซ็ต เซ็ตละ 15 ครั้ง แถมท่านี้ยังได้ออกกำลังกล้ามเนื้อต้นขาเพิ่มเติมขึ้นมาอีกด้วยนะคะ

 

ท่าโน้มตัว

ท่านี้จะได้ผลลัพธ์มากยิ่งขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับลูกบอลออกกำลังกาย (Fitball) โดยเริ่มด้วยการนอนราบบนลูกบอลให้เท้าราบติดกับพื้น จากนั้นค่อยๆ ยกสะโพกและขาช้าๆ จนขนานกับพื้น และห้ามออกแรงที่แขนเป็นอันขาด จากนั้นค่อยลดลงสู่ท่าเริ่มต้น ควรทำอย่างน้อย 2 เซ็ต เซ็ตละ 15 ครั้งนะคะ

 

ท่าเก้าอี้ลม

ท่านี้เสริมความแข็งแกร่งและทำให้สะโพกของเรากระชับได้ดีที่สุด เริ่มด้วยท่าเตรียมพร้อมโดยยืนแยกขาออกจากกัน เหยียดแขนออกมาข้างหน้าให้อยู่ในระดับเดียวกับไหล่ โดยให้แขนตรง จากนั้นก็ค่อยๆ ย่อเข่าลงช้าๆ ให้เหมือนเวลาที่นั่งเก้าอี้อยู่ โดยลำตัวต้องตรงและเกร็งด้วย จากนั้นให้ยกตัวขึ้นช้าๆ กลับสู่ท่าเตรียม ทำอย่างน้อย 2 เซ็ต เซ็ตละ 10-15 ครั้ง

 

วิธีลดสะโพก
ภาพจาก : kapook.com

ถ้าทำได้ตามขั้นตอนข้างต้น สาวๆ ก็เตรียมรับหุ่นสวยที่ไร้ไขมันบริเวณสะโพกได้เลย ซึ่งการบริโภคอาหารให้พอเหมาะกับการออกกำลังกายควบคู่กันไปนั้น ไม่เพียงแค่ช่วยให้สะโพกของเรากระชับเข้ารูปเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับอวัยวะส่วนอื่นๆ อีกด้วยนะคะ

Read More

วิธีเพาะถั่วงอก

คงไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้จักถั่วงอก เพราะถั่วงอกมีความเกี่ยวข้องกับอาหารประจำวันของคนไทยหลายชนิด เช่น ผัดถั่วงอก ก๊วยเตี๋ยว ผัดไทย เกาเหลา และอื่นๆ อีกมากมาย ล้วนแต่มีถั่วงอกเป็นส่วนประกอบของอาหารทั้งนั้น แต่ถั่วงอกที่เราบริโภคเข้าไปเหล่านั้น เราไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่าจะเป็นถั่วงอกที่สะอาด ปลอดสารพิษ ดังนั้นการเพาะถั่วงอกด้วยตนเอง เอาไว้ประกอบอาหารรับประทาน จงเป็นวิธีที่จะได้มาซึ่งถั่วงอกที่เรามั่นใจได้ว่าสะอาด ปลอดสารพิษ ผมจึงจะขอแนะนำวิธีการปลูกถั่วงอกไว้รับประทานเอง ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่ยาก เรามาดูกันครับ

วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการเพาะปลูกถั่วงอก

  1. เมล็ดถั่วเขียวคุณภาพดี
  2. ภาชนะผิวเรียบทรงสูง อาจจะเป็น ขวดน้ำหรือขวดพลาสติกอื่นๆ มีขนาด 2 ลิตร นำตะปูไปเผาไฟแล้วนำมาเจาะรูเพื่อที่จะทำรูระบายน้ำให้มีขนาดเล็กกว่าเมล็ดถั่วเขียวที่ก้นภาชนะเพื่อกันไม่ให้ถั่วเขียวหล่น เจาะประมาณ 10 – 15 รู ต่อขวด
  3. ผ้าขนหนู
  4. ถุงพลาสติกสีดำ (ถุงที่เราใช้เพาะต้นไม้)
  5. ถังน้ำ
  6. น้ำสะอาด

 

วิธีการเพาะถั่วงอก

  • ขั้นตอนที่ 1 – นำเมล็ดถั่วเขียวตามจำนวนที่ต้องการ มาแช่ในน้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 55-60 องศา แช่ไว้ประมาณ ครึ่งถึง 1 ชั่วโมง แล้วนำเมล็ดถั่วเขียวมาล้างให้สะอาด คัดเอาสิ่งที่ไม่ต้องการออกไปให้หมดเช่น กรวด หิน ดิน ทราย เศษหญ้า และเมล็ดที่ไม่สมบูรณ์ หรือเมล็ดที่เสื่อมคุณภาพ ออกทั้งหมด เพราะอาจจะทำให้ถั่วงอกไม่มีคุณภาพและอาจเน่าเสียที่หลังได้ ต่อไปให้แช่น้ำต่อไปอีกประมาณ 8-10 ชั่วโมง

  • ขั้นตอนที่ 2 – เมื่อแช่น้ำครบชั่วโมงหรือเช้าวันรุ่งขึ้น ให้ล้างเมล็ดถั่วเขียวทั้งหมด แล้วนำขึ้นมาผึ่งให้สะเด็ดน้ำ อาจจะใช้ตะแกรง หรือกระด้งที่มีความสะอาด สักครู่เมล็ดถั่วเขียว ก็จะพองตัวขึ้นประมาณ 2 เท่าจากในตอนแรก แล้วเอาเมล็ดใส่ในภาชนะเพาะปิดทับบนเมล็ดด้วยผ้าขนหนูที่เราเตรียมไว้ จากนั้นรดน้ำให้ชุ่มทุก 2-3 ชั่วโมง

 

  • ขั้นตอนที่ 3 – ใช้ถุงพลาสติกสีดำปิดคลุมภาชนะเอาไว้ เพื่อไม่ให้โดนแสง จากนั้นนำไปวางไว้ในที่ร่มเย็น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นและเพิ่มการงอกของเมล็ดถั่ว

 

  • ขั้นตอนที่ 4 – ขั้นตอนนี้จะใช้เวลาถึง 3 วัน หรือประมาณ 65-72 ชั่วโมง นำถั่วงอกออกมาล้าง แล้วเอาเปลือกถั่วเขียวออกเพราะจะมีเปลือกหล่นหรือปะปนอยู่กับถั่วงอก เท่านี้ก็จะได้ถั่วงอกที่ปลอดภัย สำหรับการบริโภคซึ่งระยะเวลาในการเพาะถั่วงอกทั้งนี้อาจจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ และฤดูกาลด้วย
วิธีเพาะถั่วงอก
ภาพจาก : blogspot.com

 

Read More