วิธีลดสะโพก

สาวๆ มักจะชอบกลัวความอ้วน เกลียดไขมัน โดยเฉพาะไขมันตรงส่วนบั้นท้าย หรือสะโพกที่ใหญ่ จนทำให้สูญเสียความมั่นใจ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องใส่เสื้อผ้าโชว์สะโพก แต่ก็อย่าเพิ่งท้อนะคะ เพราะเรายังมีวิธีลดสะโพกที่ใช้สลายไขมันบั้นท้าย สลัดผิวเปลือกส้ม และรอยแตกลายที่คอยกวนใจสาวๆ ให้ออกไปด้วย 3 ท่าง่ายๆ ดังนี้

ท่านอนยกสะโพก

เริ่มด้วยการนอนหงายลงบนเสื่อ งอเข่าเล็กน้อยแล้วค่อยๆ ยกสะโพกขึ้นเหนือพื้น เกร็งกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกเล็กน้อยค้างไว้ซักพักแล้วค่อยๆ ผ่อนสะโพกลงเหมือนท่าเตรียม ทำอย่างน้อย 2 เซ็ต เซ็ตละ 15 ครั้ง แถมท่านี้ยังได้ออกกำลังกล้ามเนื้อต้นขาเพิ่มเติมขึ้นมาอีกด้วยนะคะ

 

ท่าโน้มตัว

ท่านี้จะได้ผลลัพธ์มากยิ่งขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับลูกบอลออกกำลังกาย (Fitball) โดยเริ่มด้วยการนอนราบบนลูกบอลให้เท้าราบติดกับพื้น จากนั้นค่อยๆ ยกสะโพกและขาช้าๆ จนขนานกับพื้น และห้ามออกแรงที่แขนเป็นอันขาด จากนั้นค่อยลดลงสู่ท่าเริ่มต้น ควรทำอย่างน้อย 2 เซ็ต เซ็ตละ 15 ครั้งนะคะ

 

ท่าเก้าอี้ลม

ท่านี้เสริมความแข็งแกร่งและทำให้สะโพกของเรากระชับได้ดีที่สุด เริ่มด้วยท่าเตรียมพร้อมโดยยืนแยกขาออกจากกัน เหยียดแขนออกมาข้างหน้าให้อยู่ในระดับเดียวกับไหล่ โดยให้แขนตรง จากนั้นก็ค่อยๆ ย่อเข่าลงช้าๆ ให้เหมือนเวลาที่นั่งเก้าอี้อยู่ โดยลำตัวต้องตรงและเกร็งด้วย จากนั้นให้ยกตัวขึ้นช้าๆ กลับสู่ท่าเตรียม ทำอย่างน้อย 2 เซ็ต เซ็ตละ 10-15 ครั้ง

 

วิธีลดสะโพก
ภาพจาก : kapook.com

ถ้าทำได้ตามขั้นตอนข้างต้น สาวๆ ก็เตรียมรับหุ่นสวยที่ไร้ไขมันบริเวณสะโพกได้เลย ซึ่งการบริโภคอาหารให้พอเหมาะกับการออกกำลังกายควบคู่กันไปนั้น ไม่เพียงแค่ช่วยให้สะโพกของเรากระชับเข้ารูปเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับอวัยวะส่วนอื่นๆ อีกด้วยนะคะ

Read More

วิธีเพาะถั่วงอก

คงไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้จักถั่วงอก เพราะถั่วงอกมีความเกี่ยวข้องกับอาหารประจำวันของคนไทยหลายชนิด เช่น ผัดถั่วงอก ก๊วยเตี๋ยว ผัดไทย เกาเหลา และอื่นๆ อีกมากมาย ล้วนแต่มีถั่วงอกเป็นส่วนประกอบของอาหารทั้งนั้น แต่ถั่วงอกที่เราบริโภคเข้าไปเหล่านั้น เราไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่าจะเป็นถั่วงอกที่สะอาด ปลอดสารพิษ ดังนั้นการเพาะถั่วงอกด้วยตนเอง เอาไว้ประกอบอาหารรับประทาน จงเป็นวิธีที่จะได้มาซึ่งถั่วงอกที่เรามั่นใจได้ว่าสะอาด ปลอดสารพิษ ผมจึงจะขอแนะนำวิธีการปลูกถั่วงอกไว้รับประทานเอง ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่ยาก เรามาดูกันครับ

วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการเพาะปลูกถั่วงอก

  1. เมล็ดถั่วเขียวคุณภาพดี
  2. ภาชนะผิวเรียบทรงสูง อาจจะเป็น ขวดน้ำหรือขวดพลาสติกอื่นๆ มีขนาด 2 ลิตร นำตะปูไปเผาไฟแล้วนำมาเจาะรูเพื่อที่จะทำรูระบายน้ำให้มีขนาดเล็กกว่าเมล็ดถั่วเขียวที่ก้นภาชนะเพื่อกันไม่ให้ถั่วเขียวหล่น เจาะประมาณ 10 – 15 รู ต่อขวด
  3. ผ้าขนหนู
  4. ถุงพลาสติกสีดำ (ถุงที่เราใช้เพาะต้นไม้)
  5. ถังน้ำ
  6. น้ำสะอาด

 

วิธีการเพาะถั่วงอก

  • ขั้นตอนที่ 1 – นำเมล็ดถั่วเขียวตามจำนวนที่ต้องการ มาแช่ในน้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 55-60 องศา แช่ไว้ประมาณ ครึ่งถึง 1 ชั่วโมง แล้วนำเมล็ดถั่วเขียวมาล้างให้สะอาด คัดเอาสิ่งที่ไม่ต้องการออกไปให้หมดเช่น กรวด หิน ดิน ทราย เศษหญ้า และเมล็ดที่ไม่สมบูรณ์ หรือเมล็ดที่เสื่อมคุณภาพ ออกทั้งหมด เพราะอาจจะทำให้ถั่วงอกไม่มีคุณภาพและอาจเน่าเสียที่หลังได้ ต่อไปให้แช่น้ำต่อไปอีกประมาณ 8-10 ชั่วโมง

  • ขั้นตอนที่ 2 – เมื่อแช่น้ำครบชั่วโมงหรือเช้าวันรุ่งขึ้น ให้ล้างเมล็ดถั่วเขียวทั้งหมด แล้วนำขึ้นมาผึ่งให้สะเด็ดน้ำ อาจจะใช้ตะแกรง หรือกระด้งที่มีความสะอาด สักครู่เมล็ดถั่วเขียว ก็จะพองตัวขึ้นประมาณ 2 เท่าจากในตอนแรก แล้วเอาเมล็ดใส่ในภาชนะเพาะปิดทับบนเมล็ดด้วยผ้าขนหนูที่เราเตรียมไว้ จากนั้นรดน้ำให้ชุ่มทุก 2-3 ชั่วโมง

 

  • ขั้นตอนที่ 3 – ใช้ถุงพลาสติกสีดำปิดคลุมภาชนะเอาไว้ เพื่อไม่ให้โดนแสง จากนั้นนำไปวางไว้ในที่ร่มเย็น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นและเพิ่มการงอกของเมล็ดถั่ว

 

  • ขั้นตอนที่ 4 – ขั้นตอนนี้จะใช้เวลาถึง 3 วัน หรือประมาณ 65-72 ชั่วโมง นำถั่วงอกออกมาล้าง แล้วเอาเปลือกถั่วเขียวออกเพราะจะมีเปลือกหล่นหรือปะปนอยู่กับถั่วงอก เท่านี้ก็จะได้ถั่วงอกที่ปลอดภัย สำหรับการบริโภคซึ่งระยะเวลาในการเพาะถั่วงอกทั้งนี้อาจจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ และฤดูกาลด้วย
วิธีเพาะถั่วงอก
ภาพจาก : blogspot.com

 

Read More

วิธีทําผัดไทย

วิธีทำผัดไทยกุ้งสด
ภาพจาก : pinterest.com

อีกหนึ่งอาหารจานเดียวที่เป็นอาหารไทยยอดฮิตดั้งเดิมไม่แพ้ต้มยำกุ้ง ก็คือ ผัดไทย ที่มีส่วนผสมของเส้นก๋วยเตี๋ยวเล็กเหนียวนุ่มผสมกับเครื่องปรุง คลุกเคล้าพร้อมไข่หรือกุ้งสดตัวโตๆ เนื้อแน่น เรียกได้ว่าอร่อยถูกปากทั้งคนไทยและคนต่างชาติ แถมขั้นตอนการทำก็ง่ายนิดเดียว จะมือใหม่หรือใครก็ตามก็สามารถทำทานเองได้ไม่ยากเลยล่ะค่ะ

 

ส่วนผสม

  • ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก (หรือเส้นจันท์) 1 ขีด
  • กุ้งสด ประมาณ 5 ตัว
  • เต้าหู้เหลืองหั่นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ
  • หัวไชโป๊วสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
  • กุ้งฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ถั่วงอกดิบ ครึ่งถ้วยตวง
  • ใบกุยช่าย 1-2 ต้น
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกป่นเล็กน้อย ประมาณปลายช้อนชา
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • ถั่วลิสงคั่วป่น 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผักสดสำหรับแกล้ม เช่น แตงกวา หัวปลี ใบกุยช่าย
  • มะนาว 1 เสี้ยว สำหรับคนที่ชอบทานรสเปรี้ยว

 

วิธีการทำ

  1. นำเส้นไปแช่น้ำประมาณ 30 นาทีให้เส้นเหนียวนุ่ม
  2. เตรียมกุ้งสด ทำความสะอาดให้เรียบร้อย
  3. ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันเจียวหอมแดงจนมีกลิ่นหอม
  4. ใส่กุ้งสดลงไปผัดพอสุก แล้วใส่เส้นจันท์ลงในกระทะ อาจเพิ่มรสชาติด้วยน้ำซุบไก่
  5. ผัดพอสุกเล็กน้อย จากนั้นตอกไข่ใส่ลงไป
  6. ผัดทุกอย่างให้เข้ากัน จนเส้นเริ่มนิ่มแล้วใส่เต้าหู้เหลือง ถั่วลิสง กุ้งแห้ง และหัวไชโป๊ว
  7. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล พริกป่น น้ำมะขามเปียก ผัดให้เข้ากันอีกครั้งจนเส้นเริ่มนุ่มและเครื่องปรุงทั้งหมดผสมกันทั่ว
  8. ใส่ถั่วงอกและใบกุยช่ายลงไปผัดแต่ไม่ต้องให้สุกมาก เสิร์ฟพร้อมผักสดสำหรับแกล้มก็เรียบร้อย

 

 

 

Read More

วิธีทํายําวุ้นเส้น

ยำวุ้นเส้นเป็นอีกหนึ่งเมนูที่หลายคนชื่นชอบ จะทานเป็นกับข้าวหรืออาหารจานเดียวก็ถูกปาก และที่สำคัญสามารถทำทานเองที่บ้านได้ง่าย ๆ เลยค่ะ เพราะมีขั้นตอนและวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก ลองมาดูส่วนผสมและวิธีทํายําวุ้นเส้นกันเลยค่ะ

ส่วนผสม

  • กุ้งขาว 10 ตัว
  • ปลาหมึก 2 ตัว
  • หอยแมลงภู่ 50 กรัม
  • หมูสับ 50 กรัม
  • วุ้นเส้น 100 กรัม
  • ยอดผักกระเฉด 100 กรัม
  • ขึ้นฉ่าย 1 ต้น
  • เห็ดหูหนู 50 กรัม
  • พริกขี้หนู 15 เม็ด
  • น้ำกระเทียมดอง 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำซุบ 1/4 ถ้วย

 

วิธีการทำ

  1. เริ่มเตรียมน้ำยำ ด้วยการนำอ่างผสมใส่พริกขี้หนู น้ำปลา น้ำตาล น้ำมะนาว และน้ำมะขามเปียก ปรุงรสตามใจชอบ
  2. ต้มหมูสับให้สุกแล้วตักพักไว้
  3. ปลาหมึกล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นแว่นๆ นำไปลวกในน้ำร้อนพร้อมกับหอยแมลงภู่ กุ้ง พอสุกช้อนขึ้นพักไว้
  4. น้ำร้อนตั้งไฟแล้วนำผักกระเฉด เห็ดหูหนู ลงลวกพอสุกใส่ชามไว้ วุ้นเส้นแช่น้ำให้นิ่ม นำไปลวกในน้ำร้อน ช้อนขึ้นใส่ในชามที่มีผักกระเฉดลวกแล้ว
  5. เสร็จแล้วนำส่วนผสมทั้งหมดที่เราได้ลวกไว้แล้ว นำมาผสมลงในอ่างผสมที่เตรียมน้ำยำไว้ คลุกเคล้าให้เข้ากัน เติมน้ำซุบตามลงไปสักหน่อย ใส่หอมใหญ่ ต้นหอม ผักชี ขึ้นฉ่าย เตรียมจัดใส่จานเสิร์ฟได้เลยค่ะ
วิธีทํายําวุ้นเส้น
ภาพจาก : thailanguagehut.com

Read More

วิธีทําให้คอมเร็วขึ้น

ในทุกๆ วันนี้เรียกได้ว่า คอมพิวเตอร์ เป็นอุปกรณ์ที่ทุกคนต้องมี และใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะใช้ในด้านการเรียน การทำงาน หรือเวลาพักผ่อนอยู่บ้านก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์ทั้งนั้น แต่เมื่อใช้คอมพิวเตอร์ไปนานๆ มันย่อมจะทำงานช้าลงเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งในบางทีอาจจะช้าถึงช้ามากจนทำให้เราหงุดหงิด หัวเสียได้เลยทีเดียว แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นเราจะทำอย่างไรกันดี เพื่อให้คอมพิวเตอร์คู่ใจของเรากลับมารวดเร็วเกือบเท่าของใหม่บ้าง มาดูวิธีทําให้คอมเร็วขึ้นกันเลย

  • ทำความสะอาด (Clean Up)

o เข้าไปที่ My Computer คลิ๊กขวาที่ Drives ใดก็ได้ (ยกเว้น CD)

o คลิ๊กขวา เลือก Properties

o คลิ๊ก Disk Cleanup

o ให้คลิ๊กเลือกไฟล์ที่ต้องการลบ (เลือกหมดเลยก็ได้)

o คลิ๊ก OK เครื่องจะเริ่มทำความสะอาด คือกำจัดไฟล์ขยะนั่นเอง

o รอสักพักก็จะเสร็จวิธีการทำความสะอาด

 

  • จัดเรียงข้อมูล (Defragment)

o เข้าไปที่ My Computer คลิ๊กขวาที่ Drives ใดก็ได้ (ยกเว้น CD)

o คลิ๊กขวา เลือก Properties

o คลิ๊กที่แท็บ Tools แล้วเลือก Defragment now

o ให้ทำการเลือก Drives ที่ต้องการจัดเรียงข้อมูล

o คลิ๊ก Defragment Disk

o จากนั้นจะมีตัวเลขขึ้นมาตรงช่อง Progress แสดงว่าเริ่มการจัดเรียงข้อมูล

o เมื่อตัวเลขหยุดวิ่ง แสดงว่าจัดเรียงข้อมูลเรียบร้อยแล้ว

 

จบแล้วสำหรับวิธีที่นำมาฝากกัน นี่เป็นวิธีการเบื้องต้นที่ไม่น่าจะยากเกินไป และทุกคนก็สามารถทำได้เองที่บ้าน ไม่ต้องยกไปให้ที่ร้านเสียเงิน 300 – 500 บาท แถมยังได้คอมพิวเตอร์ที่เร็วขึ้นใกล้เคียงกับตอนที่เราซื้อมาใหม่ๆ ด้วยนะ ลองดูสิ

 

วิธีทําให้คอมเร็วขึ้น
ภาพจาก : zarabotus.com

Read More

วิธีทําต้มยํากุ้ง

วิธีทำต้มยำกุ้ง

วิธีทำต้มยำกุ้ง
ภาพจาก : bloggang.com

เมนูขึ้นชื่อของไทย ที่ทั้งเผ็ด เปรี้ยว กลมกล่อม จนติดปากคนไทยและเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ คงต้องยกให้ “ต้มยำกุ้ง” ที่มีทั้งสมุนไพรสรรพคุณมากมายในชามเดียว แถมวัตถุดิบก็หาได้ง่าย และยังทำไม่ยากอย่างที่คิดอีกด้วยนะคะ ลองมาดูวิธีทําต้มยํากุ้งกันเลย

ส่วนผสม

  • กุ้งกุลาดำตัวใหญ่ หรือกุ้งแม่น้ำ
  • เห็ดฟางผ่าครึ่ง
  • พริกขี้หนู
  • ใบมะกรูดฉีกเอาก้านออก
  • ข่าหั่นแว่น
  • ตะไคร้ทุบแล้วหั่นท่อน
  • ผักชี โรยหน้า
  • น้ำพริกเผา 1 ช้อนชา
  • มะนาว 1 ลูก
  • กะทิหรือนมข้นจืด 1/2 ถ้วย
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ หยิบมือ
  • น้ำซุป

 

วิธีการทำ

  1. เริ่มเตรียมวัตถุดิบโดยแกะเปลือกกุ้งผ่าเอาเส้นดำออกล้างให้สะอาด หั่นเครื่องต้มยำ พริก ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดและเห็ดให้พร้อม
  2. นำน้ำซุปไปตั้งไฟให้เดือด ใส่เครื่องต้มยำลงไปให้หมด ต้มจนเดือดอีกครั้งก็ใส่กุ้งที่เตรียมไว้ลงไปเลย
  3. หลังจากใส่กุ้งแล้ว ให้ใส่ น้ำตาล น้ำปลา พริกขี้หนู พริกเผา ปรุงรสตามใจชอบ แล้วตามด้วยเห็ดฟาง
  4. ปิดเตาแล้วค่อยปรุงด้วยมะนาว ที่ต้องปิดเตาก่อน เพราะการบีบน้ำมะนาวใส่ในน้ำที่กำลังเดือดทำให้มะนาวขมได้นะคะ ต่อมาก็โรยเกลือนิดหน่อยเพื่อดึงรสเปรี้ยวหวานเค็มให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น
  5. ตักใส่ชามเสิร์ฟ หั่นผักโรยหน้า เพิ่มความหอมก็พร้อมอร่อยกับเมนูนี้แล้วค่ะ

Read More

วิธีทําราดหน้า

วิธีการทำราดหน้าหมูหมัก

วิธีทําราดหน้า
ภาพจาก : dek-d.com

เครื่องหมักหมู

  • หมูส่วนสันนอกใกล้สันคอ 500 กรัม
  • พริกไทป่น 2 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา
  • แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผงฟู ¼ ช้อนชา

เครื่องปรุงน้ำราดหน้า

  • กระเทียมบุบสับหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
  • เต้าเจี้ยว 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 3ช้อนโต๊ะ +1ช้อนชา
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ+ 1 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว 5 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย 4 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ไก่ ตีพอแตก1 ฟอง
  • แป้งมัน ½ ถ้วยตวง + น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
  • น้ำเปล่า 1.5 ลิตร ต้มให้เดือด หรือร้อนจัด

วัตถุดิบอื่นๆ

  • ยอดคะน้า
  • เห็ด
  • เส้นใหญ่ 1 กิโลกรัม
  • ซีอิ๊วดำ

วิธีการทำ

  1. หมักหมูที่หั่นเป็นชิ้นพอคำ ด้วยเครื่องปรุงข้างต้น นวดให้ซึมเข้ากันดี นำเข้าแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 1
    ชั่วโมง หากแช่ข้ามคืนจะอร่อยมากขึ้น ผงฟูจะช่วยให้หมูนิ่มค่ะ
  2. ลอกเส้นใหญ่ไม่ให้จับตัวกันเป็นปึก และเคล้าซีอิ๊วดำจนได้สีที่พอใจ จากนั้นตั้งกระทะให้ร้อนจัดมากๆ
    ใส่น้ำมันพืชลงไป แล้วนำเส้นใหญ่ลงไปผัด ใช้ตะหลิวสองอันเกลี่ยเส้นในกระทะจนทั่วกันดี จนเส้นเดือดทั่วดีแล้วก็จัดใส่จาน
  3. ต้มน้ำ 1.5 ลิตร แล้วตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืช เมื่อร้อนดีแล้วใส่กระเทียมลงไปไม่ต้องรอให้เหลืองตามด้วยเต้าเจี้ยวและเนื้อหมู
  4. ค่อยๆ ผัด โดยไม่ต้องลดไฟ หากข้างกระทะมีสีน้ำตาลอ่อน ให้ใส่น้ำที่ต้มไว้ลงไปทีละ ¼ ถ้วยค่ะ ราดข้างๆ กระทะ เพื่อที่กระทะจะไม่ไหม้ ผัดจนหมูสุกประมาณ 30% ใส่น้ำร้อนที่เหลือลงไปทั้งหมด ใส่เห็ดที่ลวกแล้วตามลงไป
  5. เติมเครื่องปรุงรส เมื่อเดือดให้ค่อยๆ ใส่แป้งมันที่ละลายไว้แล้วลงไปคนแรงและเร็วเพื่อให้แป้งกระจายตัว ไม่เกาะกันเป็นก้อน รอให้เดือดอีกครั้ง แล้วยกชามไข่ที่ตีไว้ให้สูงเหนือกระทะเทลงไปเป็นสายเล็กๆ จับตะหลิวคนในกระทะเป็นวงกลมเร็วๆ ทำจนไข่หมด รอให้เดือดอีกครั้งจึงยกลง
  6. ตักน้ำราดหน้าตักใส่จานที่เตรียมเส้นไว้แล้ว ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอน

Read More

วิธีรักษาฝ้า

วิธีรักษาฝ้า

เมื่อมีปัญหาผิวหนังเป็นฝ้า หรือรอยด่างๆ ดำๆ ไม่น่ามอง หลายคนเลือกมองหาครีมและลงคอร์สราคาแพงๆ เพื่อรักษารอยฝ้าให้หมดไป แต่วันนี้เรามาลองใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติที่หาได้ง่ายๆ มาช่วยขจัดปัญหาฝ้ากวนใจ พร้อมเผยผิวหน้าขาวกระจ่างใสกันดีกว่าค่ะ

1. มะขามเปียก

นำเนื้อมะขามเปียกมาพอกหรือทาไปยังบริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้าบางๆ ให้ทั่ว ทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออก ก็จะสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้รอยฝ้าดูจางลงและลดรอยด่างดำได้

2. หัวไชเท้า

เพียงนำหัวไชเท้ามาล้างให้สะอาด แล้วปอกเปลือกออกให้หมด จากนั้นนำไปหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วปั่นพอละเอียด (อาจบีบน้ำมะนาวผสมลงไปนิดหน่อย) นำมาพอกไว้ให้ทั่วหน้าหรือบริเวณที่เป็นฝ้าประมาณ 15 นาที รอยฝ้าบนใบหน้าก็จะค่อยๆ จางลง

3. ว่านหางจระเข้

เพราะในว่านหางจระเข้มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย จุดด่างดำได้เป็นอย่างดี แถมยังมีกรดอ่อนๆ ช่วยลดความมันบนใบหน้าด้วยนะคะ เพียงนำเนื้อวุ้นในว่านหางจระเข้มาทาบริเวณใบหน้าวันละ 2 ครั้ง ทำต่อเนื่องกัน 1-2 เดือน รอยฝ้า รอยดำต่างๆ ก็จะดูจางอย่างเห็นได้ชัด

4. ใบบัวบก

ไม่ว่าจะคั้นน้ำดื่มเย็นๆ เป็นประจำหรือนำมาปั่นแล้วนำน้ำใบบัวบกมาเช็ดแทนโทนเนอร์ก่อนนอนทุกวัน เท่านี้บรรดารอยฝ้าต่างๆ ก็จะค่อยๆ จางลงเหลือแต่ความขาวกระจ่างใสบนใบหน้าของเราค่ะ

5. น้ำแอปเปิลไซเดอร์

ใครจะรู้ว่าน้ำส้มสายชูจากผลแอปเปิลจะมีประโยชน์ในด้านการดูแลผิวได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพราะในน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรด จึงช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใส เนียนนุ่มขึ้นได้ ด้วยการน้ำแอปเปิลไซเดอร์มาผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย แล้วใช้สำลีเช็ดให้ทั่วใบหน้า รอจนแห้งแล้วล้างออก

6. ไข่ขาว

แยกไข่ขาวดิบออกจากไข่แดง แล้วนำมาทาบางๆ ให้ทั่วบริเวณที่เป็นฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที เป็นประจำทุกวัน ไข่ขาวจะช่วยดูดซับรอยฝ้าและสิ่งสกปรกให้หมดไปจากใบหน้าของเราค่ะ

ทั้งนี้ 6 วิธีการกำจัดรอยฝ้า และจุดด่างดำดังกล่าวจะเห็นผลได้ดี เราก็ควรให้ความสำคัญกับการดูแลและปกป้องผิว ด้วยการทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันและรับประทานผัก ผักไม้เพื่อบำรุงผิวให้เนียนใสอยู่เสมอด้วยนะคะ

 

วิธีรักษาฝ้า
ภาพจาก : vimeo.com

Read More

วิธีลงวินโดว์ 7

วิธีลงวินโดว์ 7

1.นำแผ่นติดตั้ง Windows 7 ใส่ DVD บูตเครื่องระบบจะแสดงข้อความ Press any key to boot from cd/dvd ให้กดคีย์ใดๆ บนคีย์บอร์ดก็ได้ เพื่อบูตจากแผ่น DVD ระบบจะอ่านที่แผ่นติดตั้งและทำการโหลดไฟล์ที่จำเป็นในการลง Windows

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

2.ปล่อยให้ระบบโหลดไฟล์ไปจนเข้าหน้าที่จะเริ่มต้นลง Windows

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

3.เมื่อถึงหน้าแรกของการลง Windows ให้ไปที่ Time and currency format ให้คลิกเลือกThai (Thailand) แล้วคลิก Next

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

4.หน้าต่อมาให้คลิก Install now

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

5.ในกรณีที่เราอยากทำความเข้าใจกับการลง Windows 7 ก็สามารถอ่านข้อมูลได้ก่อนคลิก Install now โดยให้คลิกที่ What to know before installing Windows จะมีรายละเอียดออกมาให้อ่าน

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

6.เมื่อคลิก Install now ก็ปล่อยให้การติดตั้งดำเนินต่อไปสักครู่ จะปรากฏหน้าที่ให้เลือกว่าจะลง Windows Edition หรือคลิกเวอร์ชันใด ก็คลิกเลือกตามที่เหมาะสม แล้วคลิก Next

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

7.มาถึงหน้านี้ ให้คลิกยอมรับข้อตกลงในการใช้ผลิตภัณฑ์ โดยคลิกเครื่องหมายถูกที่หน้าข้อความ I acceptthe license terms แล้วคลิก Next

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

8.เมื่อถึงหน้านี้ จะมีให้เลือกแบบอัพเกรดในกรณีที่คุณมี Windows เวอร์ชันก่อนหน้า อยู่ในเครื่อง แต่ในที่นี่เป็นการลง วินโดวส์ใหม่ ให้คลิก Custom (advanced)

9.ในบทความนี้ กล่าวถึงฮาร์ดดิสก์ใหม่ที่อยู่ใน Notebook คุณจะเห็นฮาร์ดดิสก์ที่ยังไม่ได้แบ่งพาร์ติชัน ให้คลิกที่Drive options (advanced) เพื่อทำการแบ่งพาร์ติชัน ในคราวเดียวกันในการลง วินโดวส์เลย แล้วคลิก Next

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

10.ต่อมาให้คลิกที่ New เพื่อสร้างพาร์ติชั่นสำหรับลง วินโดวส์แล้วคลิก Next

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

11.หน้าต่อมาที่คำว่า Size จะเห็นขนาดพื้นที่ของฮาร์ดดิสก์ที่อยู่ใน Notebook ให้ใส่ขนาดพื้นที่จะทำเป็นไดรฟ์ที่ลง Windows 7 (ไดรฟ์ C) แนะนำตั้งขนาด 80 GB ก็เหมาะสมกับ Windows 7 แล้ว เมื่อใส่ค่าแล้วก็คลิก Apply

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

12.ระบบจะทำการแบ่งพาร์ติชันที่คุณตั้งค่า และจะมีการแจ้งว่า Windows จะสร้างพาร์ติชันพิเศษขนาด 100 MB เพื่อเป็นการเก็บไฟล์ระบบ (System files) คลิก OK

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

13.รอสักครู่เมื่อแบ่งพาร์ติชันเสร็จแล้ว จะเห็นว่าฮาร์ดดิสก์ของคุณจะมี 3 พาร์ติชัน
• พาร์ติชันที่ 1 เป็นที่เก็บไฟล์ระบบของ Windows 7 (สำคัญมากไม่จำเป็นอย่าไปยุ่งกับพาร์ติชันนี้) ชื่อว่าSystem Reserved มีขนาด 100 MB พาร์ติชันนี้จะซ่อนตัวอยู่ไม่สามารถมองเห็นไฟล์ในพาร์ติชันนี้ได้ใน Windows 7 ด้วยโปรแกรมทั่วไป ถ้าอยากดูว่าภายในพาร์ติชันนี้มีอะไรอยู่บ้าง ก็ไปอ่านบทความ เราจะดูพาร์ติชันที่ซ่อนอยู่ของ Windows 7 ได้อย่างไร
• พาร์ติชันที่ 2 เป็นพาร์ติชันที่คุณแบ่งไว้ที่จะลง Windows 7
• พาร์ติชันที่ 3 เป็นพาร์ติชันที่เหลือจะมีพื้นที่มากที่สุด เอาไว้เก็บข้อมูลของคุณ ในขั้นตอนนี้ยังไม่ยังไม่ได้ Format ให้ปล่อยไปก่อน จะไปจัดการ เมื่อลง Windows 7 เสร็จแล้ว
ก่อนที่จะคลิก Next ต่อไป ให้แน่ใจว่าพาร์ติชันที่ 2 มีการ ไฮไลต์ ตามรูป (ป้องกันการติดตั้งผิดไดรฟ์) เมื่อแน่ใจแล้วก็คลิก Next

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

14.มาหน้านี้ถึงขั้นตอนนี้จะเป็นการก็อปปี้ไฟล์ต่างๆ ลงฮาร์ดดิสก์ ปล่อยให้ระบบทำงานเพื่อลง วินโดวส์ ต่อไป

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

15.เมื่อก็อปปี้ไฟล์เสร็จเครื่องจะรีสตาร์ทก็ปล่อยไปตามขั้นตอน ไม่ต้องไปยุ่งกับคีย์ใดๆ ในคีย์บอร์ด

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

16.ในหน้านี้ แสดงถึงการลง Windows ที่กำลังตั้งค่าระบบ

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

17.เมื่อมาถึงหน้านี้ก็หมายถึงว่า ระบบใกล้จะลง วินโดวส์เรียบร้อยแล้วครับ

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

18.เครื่องจะรีสตาร์ทมาที่หน้านี้ก็เป็นอันว่าการลง วินโดวส์ เรียบร้อย เหลือการตั้งค่าเกี่ยวกับผู้ใช้อีกเล็กน้อย

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

19.เมื่อเครื่องเข้ามาหน้านี้ให้คุณพิมพ์ชื่อ User Name ที่จะใช้ และชื่อเครื่อง แล้วคลิก Next

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

20.หน้าต่อมาให้ใส่ Password ของคุณในการ Log on เข้า Windows 7 ไม่ใส่ก็ได้ครับ แล้วคลิก Next

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

21.เมื่อปรากฏหน้านี้ระบบจะให้คุณใส่ Product Key ให้เว้นว่างไว้ไม่ต้องใส่อะไรทั้งสิ้น ถึงคุณจะใช้ Windows 7 ของแท้ เพราะคุณสามารถใส่เมื่อทำการ Activate Online ได้ และให้คลิกเอาเครื่องหมายถูกออกจากAutomatically activate Windows when I’m online แล้วคลิก Next

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

22.ต่อมาจะหน้าที่ให้คุณเลือกการปรับแต่ง Windows แนะนำให้คลิกเลือก Use recommended settings จะได้ผลที่ดีกว่าในการตั้งค่าต่างๆ

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

23.ต่อมาเป็นการตั้งค่าเวลาหลังจากที่ลง Windows แล้วให้เลือก Time zone ให้ตั้งค่าเป็นประเทศไทย โดยเลือก Time zone เป็น (UTC-07:00) Bangkok, Hanoi, Jakarta แล้วคลิก Next

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

24.ต่อมาเป็นการตั้งค่าระบบเครือข่าย สำหรับ Notebook ซึ่งเป็นอะไรที่คุณต้องหอบหิ้วไปที่ต่างๆ ควรตั้งค่าเป็นPublic network

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

25.ระบบจะทำการติดตั้งตามที่คุณตั้งค่าที่ผ่านมา ปล่อยให้เครื่องทำงานไป จนเครื่องรีสตาร์ทก็จะเข้าหน้า Log on

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

26.ถ้าตอนติดตั้งคุณใส่ Password ก็จะมีหน้า Log on ให้คุณใส่ ถ้าไม่ได้ใส่ก็ผ่านเข้า Desktop ของ Windows 7 เลย ตามรูป

วิธีลงวินโดว์ 7
ภาพและข้อมูลจาก : notebookspec.com

เมื่อถึงหน้า Desktop นี้ก็แสดงว่าขั้นตอนการติดตั้งเสร็จเรียบร้อย

Read More

วิธีทําให้หน้าเรียว

เชื่อว่าหลายๆ คนคงอยากมีรูปหน้าที่สวยงามกันทุกคน โดยเฉพาะสาวๆ ที่รักสวยรักงามใช่มั้ยคะ ฉะนั้นเราจึงมักจะหาวิธีที่จะทำให้ใบหน้าดูเรียวสวย แต่วิธีที่ว่านี้ก็อย่าเพิ่งลงทุนไปให้แพทย์รักษาหรือฉีดสารอะไรเข้าไปในร่างกายนะคะ เพราะเรามีวิธีที่ง่ายกว่านั้น อย่างการนวดและการบริหารใบหน้าให้เรียวเป๊ะ ไม่ต้องเจ็บตัว สาวๆ ก็สามารถมีใบหน้าที่เรียวสวยได้เหมือนกันค่ะ

ไปเริ่มต้นด้วยการนวดเพื่อหน้าเรียว

  1. เริ่มกันที่หน้าผาก ใช้วิธีการนวดเพื่อบริหารกล้ามเนื้อหน้าผาก โดยใช้นิ้วนางและนิ้วกลาง นวดวนขึ้นเป็นวงกลม นวดจนถึงบริเวณขมับ 6 จังหวะ ทำซ้ำแบบนี้ 3 ครั้ง ครั้งสุดท้ายให้นวดกดจุดที่ขมับ เพื่อผ่อนคลาย
  2. สำหรับสาวๆ ที่แก้มเนื้อเยอะ หย่อนคล้อย ลองใช้ท่านวดยกกระชับผิวกล้ามเนื้อบริเวณแก้มดูนะคะ โดยใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้างนวดจากมุมปากใน นวดยกผิวขึ้นเป็นมุมกว้าง แล้วค้างไว้ประมาณ 4-5 วินาที แล้วนวดลูบลง ทำแบบนี้ 3 ครั้งค่ะ

ต่อด้วยท่าบริหารหน้าให้เรียวเป๊ะ

  1. ท่าลดแก้ม ด้วยการอ้าปากให้กว้างที่สุด จากนั้นดึงปากมาหุ้มฟันไว้ แล้วยิ้มให้กว้างที่สุด คุณจะรู้สึกได้ถึงการตึงที่ใบหน้า เพราะกล้ามเนื้อแก้มมีการกระตุ้น จะทำให้หน้าเรียวลงได้
  2. ท่าลดไขมันใต้คาง เพียงเงยหน้าขึ้นให้สุด ค้างไว้ เอาฝ่ามือจับบริเวณลำคอ จากนั้นดึงริมฝีปากล่างมาหุ้มริมฝีปากบนให้เยอะที่สุด เป็นเวลา 10 วินาที
  3. ท่ากระชับใบหน้า ยิ้มยิงฟันให้กว้างที่สุด เพื่อให้กล้ามเนื้อตึงตัว จากนั้นพูดคำว่า อา อี อู เอ โอ ยาวๆ จะรู้สึกได้ถึงใบหน้าที่ตึงขึ้น
  4. ท่าบริหารกล้ามเนื้อ โดยการอมลมที่แก้มทีละข้าง ให้ป่องสุดๆ แล้วสลับไป ท่านี้เป็นการบริหารกล้ามเนื้อหน้าได้ดีทีเดียวเลยนะคะ
  5. ท่าบริหารกราม ให้อ้าปากให้กว้างที่สุด แล้วเปลี่ยนมาทำปากจู๋ ทำ 2 ท่านี้สลับกับ วันละ 10 นาที กรามใหญ่ๆ ของเราก็จะมีขนาดลดลงค่ะ
วิธีทําให้หน้าเรียว
ภาพจาก : pinterest.com

Read More