วิธีมัดผม

เบื่อแล้วหรือยังน้า กับวิธีมัดผมทรงผมเดิมๆ ทุกวัน ลองมาแต่ง เติม เพิ่มลูกเล่นให้กับการมัดผมทรงหางม้าในสไตล์ “Ponytail” ทรงผมยอดฮิตที่ทำเองได้ง่ายๆ เรียกได้ว่าปรับเปลี่ยนได้สนุก ปรับลุคให้ไม่น่าเบื่อได้ทุกวันเลยล่ะ!!

1. มัดผมสูง ดัดลอนปลายเบาๆ น่ารักแบบสาวญี่ปุ่น

วิธีมัดผม
ภาพจาก : pinterest.com

2. ถักเปียด้านข้างสองข้าง หรือบิดเกลียวมัดสูง เพิ่มลูกเล่นให้ดูไม่น่าเบื่อ แถมยังน่ารักสไตล์สาวหวาน

วิธีมัดผม
ภาพจาก : pinterest.com

3. มัดหางม้าแบบปกติ แต่ยีผมด้านในให้ฟูๆ ฟองๆ ก็ได้ลุคเปรี้ยวๆ แล้ว

วิธีมัดผม
ภาพจาก : pinterest.com

4. ถักเปียคาดด้านหลัง แล้วมัดหางม้าไว้ด้านข้าง เป็นสาวหวานได้ในวันพิเศษ

วิธีมัดผม
ภาพจาก : pinterest.com

5. ถักเปียหลวมๆ แล้วมัดหางม้าสูงนิดๆ เปลี่ยนแนวเป็นขาลุย

วิธีมัดผม
ภาพจาก : pinterest.com

6. มัดหางม้าแบบเป็นปล้องๆ เรียบ เก๋ ไปอีกแบบนะคะ อย่าลืมไปลองทำกันดู

วิธีมัดผม
ภาพจาก : pinterest.com

Read More

วิธีเกล้าผม

วิธีเกล้าผมมีหลากหลายวิธี ทั้งเกล้าผมเองด้วยขั้นตอนง่ายๆ หรือจะใช้อุปกรณ์ช่วยทำอย่างการทำดังโงะ วันนี้มาดูวิธีการเกล้าผมสวยๆ โดยเฉพาะสาวๆ ที่มีผมเยอะและหนาให้ได้ลองเอาไปฝึกเกล้าอย่างง่ายๆ โดยมีอุปกรณ์เพียงแค่ยางรัดผม กิ๊บติดผมสีดำ และเครื่องประดับตกแต่งทรงผมแบบต่างๆ ตามขั้นตอนเกล้าผมง่ายๆ ดังนี้เลยค่ะ

วิธีเกล้าผม
ภาพจาก : hairbundiy.com

1. ขั้นแรกให้หวีผมให้เรียบร้อย แล้วรวบผมทรงสูงด้วยยางรัดผมให้แน่น จากนั้นแบ่งผมหางม้าออกเป็นสองส่วน

วิธีเกล้าผม
ภาพจาก : hairbundiy.com

2. เริ่มทำเกลียวผมส่วนแรกแล้วเกลียวม้วนรอบโคนผมจนหมดความยาวของเส้นผม

วิธีเกล้าผม
ภาพจาก : hairbundiy.com

3. ติดกิ๊บติดผมสีดำให้เรียบร้อย หรือจะติดกิ๊บประดับตกแต่งให้สวยงาม

วิธีเกล้าผม
ภาพจาก : hairbundiy.com

4. ขั้นต่อมาให้ทำวิธีเดียวกันกับหางม้าส่วนที่เหลือ

วิธีเกล้าผม
ภาพจาก : hairbundiy.com

5. เมื่อเกล้าผมเรียบร้อยแล้ว เพื่อนๆ สามารถประดับด้วยเครื่องประดับ หรือปิ่นปักผมได้ตามชอบ โดยลองเลือกเครื่องประดับให้เข้ากับเสื้อผ้าที่ใส่ในวันนั้นๆ ดูนะคะ แล้วลุคของเพื่อนๆ จะดูสวยงามน่ารักขึ้นมากเลยทีเดียวน้า

ภาพจาก : hairbundiy.com
ภาพจาก : hairbundiy.com

Read More

วิธีมัดใจชาย

6 วิธีมัดใจผู้ชายที่แอบรัก

รักเอย..รักหวานๆ มันเป็นอย่างไรน้า เมื่อมีโอกาสอย่าปล่อยให้ความรักลอยผ่านคุณไปเฉยๆ เพราะการจะตกหลุมรักใครสักคน บางครั้งเราก็ต้องลองเป็นฝ่ายเริ่มต้นเองบ้าง แต่จะลุยแบบโต้งๆ ก็อาจจะดูไม่เหมาะไม่งามสักเท่าไหร่ งั้นลองมาดู 6 วิธีมัดใจชาย ที่ไม่เชื่อก็คงต้องลองพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วล่ะ ว่าเวิร์คมั้ย!!

  1. ยิ้ม

รู้มั้ยว่าหนุ่มๆ จะถูกดึงดูดโดยสาวที่ยิ้มง่ายและดูมีความสุขตามธรรมชาติ ดังนั้นเวลาที่คุยกับเขาพยายามยิ้มบ่อยๆ แต่อย่ายิ้มจนเขารู้ว่าคุณชอบ จำไว้ว่าเขาต่างหากที่ต้องชอบคุณ

 

  1. สบตากันหน่อย

ลองใช้สายตาอันมีเสน่ห์มองไปที่เขา แต่ถ้าคุณไม่อยากให้เขารู้ว่าคุณชอบเขามากๆ ก็อย่าจ้องเขามากจนเกินไป เอาแค่พอประมาณ จะได้ดูเป็นผู้หญิงน่าค้นหายังไงล่ะ

 

  1. อย่ากลัวที่จะเป็นฝ่ายเริ่ม

ดีกว่าต้องคอยมาลุ้นและสวดมนต์ภาวนารอเขาเข้ามาอยู่ฝ่ายเดียว เราเองก็สามารถเป็นฝ่ายเริ่มต้นโดยที่ไม่ดูเปิดเผยเกินไป และอย่าทำตัวเป็นเหมือนเพื่อน แม้ว่าความสัมพันธ์ที่ดีเริ่มต้นจากความเป็นเพื่อน แต่อย่ามัวทำตัวให้เขาคิดว่าคุณต้องการเป็นแค่เพื่อน ไม่งั้นอาจลงเอยด้วยการเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ ก็ได้นะ

 

  1. จับสักนิด สักหน่อย

เวลาคุยกับเขาบนโต๊ะอาหารให้แตะปลายนิ้วของคุณกับมือของเขา แต่ถ้านั่งติดกันก็ลองแกล้งเอาเท้าไปโดนเขานิดๆ แต่ไม่ใช่ปล่อยตัวนะจ้ะ ถ้าคุณอยากให้เขาสนใจคุณจริงๆ จงอย่าปล่อยตัวเด็ดขาด หากเขารู้ว่าคุณชอบแล้ว เขาจะไม่ตื่นเต้น แต่จะคิดว่าคุณเรียกร้องความสนใจแทน

 

  1. วางตัวอย่างฉลาด

นอกจากการส่งสายตาแล้ว การพยายามทำตัวใกล้ชิดกับเขาจะช่วยเร่งสัญญาณให้เขาอยากเดินหน้า เช่น ขยับเข้าไปอยู่ใกล้ๆ เขาสักหน่อยเวลาไปเจอกับฝูงชน หรือพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ใช้ความจริงใจแล้วเดินหน้าเลย

 

  1. อดทนหน่อย

อย่าเร่งรัดในเรื่องความรักให้เวลาเขาได้คิดว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเรา ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติและเวลาของมัน

 

วิธีมัดใจผู้ชาย
ภาพจาก : khanpak.com

Read More

วิธีมัดใจสามี

บางครั้งการอยู่ด้วยกันนานๆ ก็อาจทำให้ชีวิตรักเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายได้เหมือนกัน ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ชีวิตหลังแต่งงานจืดชืดไม่สดใส ก็ต้องหมั่นเติมความรักให้แก่กันและกันอยู่เสมอ รักใครกำลังจืดจางลองมาดูวิธีมัดใจสามีทั้ง 6 ข้อนี้ดูค่ะ

วิธีมัดใจสามี
ภาพจาก : pinterest.com
  1. ใช้เวลาว่างร่วมกันให้มากขึ้น

การกลับมาที่บ้านให้เร็วขึ้นเพื่อใช้เวลาอยู่ร่วมกับสามีให้นาน แล้วใช้เวลานี้ในการพูดคุยถามไถ่ความรู้สึก และถ่ายทอดเรื่องราวที่พบเจอมาให้แก่กันบ้าง จะช่วยเพิ่มความรักแล้วความเข้าใจที่อาจขาดหายไปและทำให้ต่างฝ่ายต่างกลับมาตกหลุมรักกันอีกครั้ง

  1. ลองปรับตัวให้กลับไปเป็นคนเดิม

หลายครั้งที่ผู้หญิงมักจะน้อยอกน้อยใจเพราะสามีทำตัวไม่เหมือนเก่า ซึ่งถึงแม้ว่าสำหรับบางคนจะเป็นเรื่องจริง แต่บางทีผู้หญิงเองก็เปลี่ยนไปไม่น้อยหลังจากแต่งงาน ดังนั้นก่อนที่จะโยนความผิดให้สามีลองสำรวจตัวเองดูก่อน แล้วพยายามปรับปรุงให้เหมือนคนเก่าที่สามีเคยรักเคยหลงให้ได้ เพื่อชีวิตแต่งงานที่หวานอีกครั้ง

  1. เปลี่ยนเซ็กส์ให้แซบกว่าเดิม

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเซ็กส์เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของการแต่งงาน ซึ่งถ้าหากเซ็กส์น่าเบื่อก็จะทำให้ชีวิตการแต่งงานจืดชืดลงได้เช่นกัน สำหรับปัญหานี้ก็ง่ายมากแค่เพียงหาท่าทางใหม่ๆ มาทดลอง หรือเปลี่ยนบรรยากาศเปลี่ยนสถานที่ในการเติมเต็มชีวิตรักให้สดชื่นไม่น่าเบื่อ

  1. ให้เขามีพื้นที่ส่วนตัวบ้าง

บางทีภรรยาก็ขี้หึงหวงทำตัวติดกับสามีมากเกินไป จนทำให้เขารู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจโดนที่เราไม่รู้ตัว ดังนั้นควรเว้นระยะห่างให้เขามีพื้นที่และมีเวลาส่วนตัวได้ทำตามความต้องการของตัวเองบ้าง

  1. ให้ความสนใจในสิ่งที่สามีสนใจ

ภรรยาคนไหนที่ชอบส่ายหน้าเวลาที่สามีให้ความสนใจกับอะไรสักอย่างที่คุณเห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ก็ควรจะหยุดถ้าอยากให้สามีกลับมารักเหมือนเดิม เพราะการอยู่ร่วมกันเราก็ควรแสดงความสนใจและสนับสนุนในสิ่งที่เขาสนใจ คอยเป็นกำลังใจ พร้อมทั้งพูดคุยเรื่องนั้นกับเขาได้

  1. เซอร์ไพรส์บ่อย ๆ

การแอบทำอาหารมื้อพิเศษ ดินเนอร์สุดเซอร์ไพรส์ไว้ให้สามีบ้าง และหาโอกาสพิเศษๆ ทำอะไรก็ได้น่ารักๆ หรืออาจจะซื้อของที่เขาอยากได้ให้เป็นของขวัญ เพื่อทำให้เขารู้สึกเป็นคนพิเศษมากขึ้น แถมยังสร้างความรู้สึกตื่นเต้น และช่วยเพิ่มระดับความรักได้ดีอีกด้วยล่ะ

Read More

วิธีแก้ง่วง

หนังท้องตึง หนังตาก็หย่อน คำพูดนี้หลายคนคงเจอกับตัวบ่อยๆ นะคะ หรือบ่ายๆ นั่งทำงานยาวๆ เงียบๆ ก็เป็นอันเผลอหลับเสียทุกที ใครที่ชอบมีอาการง่วงๆ เบลอๆ รู้สึกไม่กระปรี้กระเปร่าเวลาทำงาน ลองมาดู 6 เทคนิควิธีแก้ง่วง ไปเลือกปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเองกันดูค่ะ

  1. ลุกขึ้นเดิน ยืดเส้นยืดสาย

รู้มั้ยคะว่า การเดินเป็นเวลา 20 นาที สามารถเพิ่มระดับพลังงานในร่างกายให้สูงขึ้น และลดอาการอ่อนล้าให้หมดไปได้ค่ะ

 

  1. ลองใช้หูให้มากขึ้น

การฟังเพลงในขณะที่ทำงานอยู่นั้น จะสามารถช่วยทำให้เรารู้สึกตื่นตัวและช่วยเพิ่มสมาธิได้ดีอีกวิธีหนึ่ง แต่ก็ควรเลือกเพลงที่สนุกสนานด้วยนะคะ เพราะไม่งั้นแทนที่จะตื่นตัว อาจยิ่งทำให้เคลิ้มหลับได้ง่ายขึ้นไม่รู้ด้วยนะ

 

  1. พักสายตาเสียบ้าง

ลองละสายตาจากคอมพิวเตอร์บ้าง แล้วหันไปมองบรรยากาศรอบๆ ตัว ให้สายตาของตัวเองได้หยุดพักในเวลาที่เหมาะสมเป็นช่วงเวลาสั้นๆ บ้าง ลองดูสิ

 

  1. ยืดเส้นยืดสาย

การนั่งติดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน เป็นสาเหตุสำคัญของอาการปวดคอ จนอาจรู้สึกว่าคอแข็งและขยับคอลำบากนะคะ ดังนั้นการยืดเส้นยืดสายร่างกายเสียบ้าง ก็จะช่วยให้ร่างกายของเราไม่เกิดความเหน็ดเหนื่อยหรืออ่อนล้ามากจนเกินไป

 

  1. เพิ่มพลังและผ่อนคลายด้วยการกินขนมขบเคี้ยวที่มีประโยชน์

การรับประทานอาหารในมื้อใหญ่สามารถทำให้เราเกิดการง่วงนอนได้นะรู้มั้ย ลองรับประทานอาหารมื้อหลักในปริมาณอาหารที่น้อยลง และตลอดวันให้คุณรับประทานขนมขบเคี้ยวที่มีประโยชน์มากขึ้นเพื่อให้เกิดพลังงานในร่างกายอย่างเพียงพอ

 

  1. ใช้น้ำเย็นในการแก้ง่วง

ถ้าทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมาไม่ได้ผล คงไม่มีอะไรที่จะปลุกคุณให้ตื่นได้ดีไปกว่าการใช้น้ำเย็นล้างหน้า และดื่มน้ำเย็นอีกแล้ว เพราะน้ำจะเป็นตัวช่วยอย่างดีที่ช่วยเติมความสดชื่นให้ร่างกายในช่วงที่อ่อนล้าของวันค่ะ

วิธีแก้ง่วง
ภาพจาก : pinterest.com

Read More

วิธีลดสะโพก

สาวๆ มักจะชอบกลัวความอ้วน เกลียดไขมัน โดยเฉพาะไขมันตรงส่วนบั้นท้าย หรือสะโพกที่ใหญ่ จนทำให้สูญเสียความมั่นใจ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องใส่เสื้อผ้าโชว์สะโพก แต่ก็อย่าเพิ่งท้อนะคะ เพราะเรายังมีวิธีลดสะโพกที่ใช้สลายไขมันบั้นท้าย สลัดผิวเปลือกส้ม และรอยแตกลายที่คอยกวนใจสาวๆ ให้ออกไปด้วย 3 ท่าง่ายๆ ดังนี้

ท่านอนยกสะโพก

เริ่มด้วยการนอนหงายลงบนเสื่อ งอเข่าเล็กน้อยแล้วค่อยๆ ยกสะโพกขึ้นเหนือพื้น เกร็งกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกเล็กน้อยค้างไว้ซักพักแล้วค่อยๆ ผ่อนสะโพกลงเหมือนท่าเตรียม ทำอย่างน้อย 2 เซ็ต เซ็ตละ 15 ครั้ง แถมท่านี้ยังได้ออกกำลังกล้ามเนื้อต้นขาเพิ่มเติมขึ้นมาอีกด้วยนะคะ

 

ท่าโน้มตัว

ท่านี้จะได้ผลลัพธ์มากยิ่งขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับลูกบอลออกกำลังกาย (Fitball) โดยเริ่มด้วยการนอนราบบนลูกบอลให้เท้าราบติดกับพื้น จากนั้นค่อยๆ ยกสะโพกและขาช้าๆ จนขนานกับพื้น และห้ามออกแรงที่แขนเป็นอันขาด จากนั้นค่อยลดลงสู่ท่าเริ่มต้น ควรทำอย่างน้อย 2 เซ็ต เซ็ตละ 15 ครั้งนะคะ

 

ท่าเก้าอี้ลม

ท่านี้เสริมความแข็งแกร่งและทำให้สะโพกของเรากระชับได้ดีที่สุด เริ่มด้วยท่าเตรียมพร้อมโดยยืนแยกขาออกจากกัน เหยียดแขนออกมาข้างหน้าให้อยู่ในระดับเดียวกับไหล่ โดยให้แขนตรง จากนั้นก็ค่อยๆ ย่อเข่าลงช้าๆ ให้เหมือนเวลาที่นั่งเก้าอี้อยู่ โดยลำตัวต้องตรงและเกร็งด้วย จากนั้นให้ยกตัวขึ้นช้าๆ กลับสู่ท่าเตรียม ทำอย่างน้อย 2 เซ็ต เซ็ตละ 10-15 ครั้ง

 

วิธีลดสะโพก
ภาพจาก : kapook.com

ถ้าทำได้ตามขั้นตอนข้างต้น สาวๆ ก็เตรียมรับหุ่นสวยที่ไร้ไขมันบริเวณสะโพกได้เลย ซึ่งการบริโภคอาหารให้พอเหมาะกับการออกกำลังกายควบคู่กันไปนั้น ไม่เพียงแค่ช่วยให้สะโพกของเรากระชับเข้ารูปเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับอวัยวะส่วนอื่นๆ อีกด้วยนะคะ

Read More

วิธีเพาะถั่วงอก

คงไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้จักถั่วงอก เพราะถั่วงอกมีความเกี่ยวข้องกับอาหารประจำวันของคนไทยหลายชนิด เช่น ผัดถั่วงอก ก๊วยเตี๋ยว ผัดไทย เกาเหลา และอื่นๆ อีกมากมาย ล้วนแต่มีถั่วงอกเป็นส่วนประกอบของอาหารทั้งนั้น แต่ถั่วงอกที่เราบริโภคเข้าไปเหล่านั้น เราไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่าจะเป็นถั่วงอกที่สะอาด ปลอดสารพิษ ดังนั้นการเพาะถั่วงอกด้วยตนเอง เอาไว้ประกอบอาหารรับประทาน จงเป็นวิธีที่จะได้มาซึ่งถั่วงอกที่เรามั่นใจได้ว่าสะอาด ปลอดสารพิษ ผมจึงจะขอแนะนำวิธีการปลูกถั่วงอกไว้รับประทานเอง ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่ยาก เรามาดูกันครับ

วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการเพาะปลูกถั่วงอก

  1. เมล็ดถั่วเขียวคุณภาพดี
  2. ภาชนะผิวเรียบทรงสูง อาจจะเป็น ขวดน้ำหรือขวดพลาสติกอื่นๆ มีขนาด 2 ลิตร นำตะปูไปเผาไฟแล้วนำมาเจาะรูเพื่อที่จะทำรูระบายน้ำให้มีขนาดเล็กกว่าเมล็ดถั่วเขียวที่ก้นภาชนะเพื่อกันไม่ให้ถั่วเขียวหล่น เจาะประมาณ 10 – 15 รู ต่อขวด
  3. ผ้าขนหนู
  4. ถุงพลาสติกสีดำ (ถุงที่เราใช้เพาะต้นไม้)
  5. ถังน้ำ
  6. น้ำสะอาด

 

วิธีการเพาะถั่วงอก

  • ขั้นตอนที่ 1 – นำเมล็ดถั่วเขียวตามจำนวนที่ต้องการ มาแช่ในน้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 55-60 องศา แช่ไว้ประมาณ ครึ่งถึง 1 ชั่วโมง แล้วนำเมล็ดถั่วเขียวมาล้างให้สะอาด คัดเอาสิ่งที่ไม่ต้องการออกไปให้หมดเช่น กรวด หิน ดิน ทราย เศษหญ้า และเมล็ดที่ไม่สมบูรณ์ หรือเมล็ดที่เสื่อมคุณภาพ ออกทั้งหมด เพราะอาจจะทำให้ถั่วงอกไม่มีคุณภาพและอาจเน่าเสียที่หลังได้ ต่อไปให้แช่น้ำต่อไปอีกประมาณ 8-10 ชั่วโมง

  • ขั้นตอนที่ 2 – เมื่อแช่น้ำครบชั่วโมงหรือเช้าวันรุ่งขึ้น ให้ล้างเมล็ดถั่วเขียวทั้งหมด แล้วนำขึ้นมาผึ่งให้สะเด็ดน้ำ อาจจะใช้ตะแกรง หรือกระด้งที่มีความสะอาด สักครู่เมล็ดถั่วเขียว ก็จะพองตัวขึ้นประมาณ 2 เท่าจากในตอนแรก แล้วเอาเมล็ดใส่ในภาชนะเพาะปิดทับบนเมล็ดด้วยผ้าขนหนูที่เราเตรียมไว้ จากนั้นรดน้ำให้ชุ่มทุก 2-3 ชั่วโมง

 

  • ขั้นตอนที่ 3 – ใช้ถุงพลาสติกสีดำปิดคลุมภาชนะเอาไว้ เพื่อไม่ให้โดนแสง จากนั้นนำไปวางไว้ในที่ร่มเย็น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นและเพิ่มการงอกของเมล็ดถั่ว

 

  • ขั้นตอนที่ 4 – ขั้นตอนนี้จะใช้เวลาถึง 3 วัน หรือประมาณ 65-72 ชั่วโมง นำถั่วงอกออกมาล้าง แล้วเอาเปลือกถั่วเขียวออกเพราะจะมีเปลือกหล่นหรือปะปนอยู่กับถั่วงอก เท่านี้ก็จะได้ถั่วงอกที่ปลอดภัย สำหรับการบริโภคซึ่งระยะเวลาในการเพาะถั่วงอกทั้งนี้อาจจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ และฤดูกาลด้วย
วิธีเพาะถั่วงอก
ภาพจาก : blogspot.com

 

Read More

วิธีทําผัดไทย

วิธีทำผัดไทยกุ้งสด
ภาพจาก : pinterest.com

อีกหนึ่งอาหารจานเดียวที่เป็นอาหารไทยยอดฮิตดั้งเดิมไม่แพ้ต้มยำกุ้ง ก็คือ ผัดไทย ที่มีส่วนผสมของเส้นก๋วยเตี๋ยวเล็กเหนียวนุ่มผสมกับเครื่องปรุง คลุกเคล้าพร้อมไข่หรือกุ้งสดตัวโตๆ เนื้อแน่น เรียกได้ว่าอร่อยถูกปากทั้งคนไทยและคนต่างชาติ แถมขั้นตอนการทำก็ง่ายนิดเดียว จะมือใหม่หรือใครก็ตามก็สามารถทำทานเองได้ไม่ยากเลยล่ะค่ะ

 

ส่วนผสม

  • ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก (หรือเส้นจันท์) 1 ขีด
  • กุ้งสด ประมาณ 5 ตัว
  • เต้าหู้เหลืองหั่นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ
  • หัวไชโป๊วสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
  • กุ้งฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ถั่วงอกดิบ ครึ่งถ้วยตวง
  • ใบกุยช่าย 1-2 ต้น
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกป่นเล็กน้อย ประมาณปลายช้อนชา
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • ถั่วลิสงคั่วป่น 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผักสดสำหรับแกล้ม เช่น แตงกวา หัวปลี ใบกุยช่าย
  • มะนาว 1 เสี้ยว สำหรับคนที่ชอบทานรสเปรี้ยว

 

วิธีการทำ

  1. นำเส้นไปแช่น้ำประมาณ 30 นาทีให้เส้นเหนียวนุ่ม
  2. เตรียมกุ้งสด ทำความสะอาดให้เรียบร้อย
  3. ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันเจียวหอมแดงจนมีกลิ่นหอม
  4. ใส่กุ้งสดลงไปผัดพอสุก แล้วใส่เส้นจันท์ลงในกระทะ อาจเพิ่มรสชาติด้วยน้ำซุบไก่
  5. ผัดพอสุกเล็กน้อย จากนั้นตอกไข่ใส่ลงไป
  6. ผัดทุกอย่างให้เข้ากัน จนเส้นเริ่มนิ่มแล้วใส่เต้าหู้เหลือง ถั่วลิสง กุ้งแห้ง และหัวไชโป๊ว
  7. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล พริกป่น น้ำมะขามเปียก ผัดให้เข้ากันอีกครั้งจนเส้นเริ่มนุ่มและเครื่องปรุงทั้งหมดผสมกันทั่ว
  8. ใส่ถั่วงอกและใบกุยช่ายลงไปผัดแต่ไม่ต้องให้สุกมาก เสิร์ฟพร้อมผักสดสำหรับแกล้มก็เรียบร้อย

 

 

 

Read More

วิธีทํายําวุ้นเส้น

ยำวุ้นเส้นเป็นอีกหนึ่งเมนูที่หลายคนชื่นชอบ จะทานเป็นกับข้าวหรืออาหารจานเดียวก็ถูกปาก และที่สำคัญสามารถทำทานเองที่บ้านได้ง่าย ๆ เลยค่ะ เพราะมีขั้นตอนและวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก ลองมาดูส่วนผสมและวิธีทํายําวุ้นเส้นกันเลยค่ะ

ส่วนผสม

  • กุ้งขาว 10 ตัว
  • ปลาหมึก 2 ตัว
  • หอยแมลงภู่ 50 กรัม
  • หมูสับ 50 กรัม
  • วุ้นเส้น 100 กรัม
  • ยอดผักกระเฉด 100 กรัม
  • ขึ้นฉ่าย 1 ต้น
  • เห็ดหูหนู 50 กรัม
  • พริกขี้หนู 15 เม็ด
  • น้ำกระเทียมดอง 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำซุบ 1/4 ถ้วย

 

วิธีการทำ

  1. เริ่มเตรียมน้ำยำ ด้วยการนำอ่างผสมใส่พริกขี้หนู น้ำปลา น้ำตาล น้ำมะนาว และน้ำมะขามเปียก ปรุงรสตามใจชอบ
  2. ต้มหมูสับให้สุกแล้วตักพักไว้
  3. ปลาหมึกล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นแว่นๆ นำไปลวกในน้ำร้อนพร้อมกับหอยแมลงภู่ กุ้ง พอสุกช้อนขึ้นพักไว้
  4. น้ำร้อนตั้งไฟแล้วนำผักกระเฉด เห็ดหูหนู ลงลวกพอสุกใส่ชามไว้ วุ้นเส้นแช่น้ำให้นิ่ม นำไปลวกในน้ำร้อน ช้อนขึ้นใส่ในชามที่มีผักกระเฉดลวกแล้ว
  5. เสร็จแล้วนำส่วนผสมทั้งหมดที่เราได้ลวกไว้แล้ว นำมาผสมลงในอ่างผสมที่เตรียมน้ำยำไว้ คลุกเคล้าให้เข้ากัน เติมน้ำซุบตามลงไปสักหน่อย ใส่หอมใหญ่ ต้นหอม ผักชี ขึ้นฉ่าย เตรียมจัดใส่จานเสิร์ฟได้เลยค่ะ
วิธีทํายําวุ้นเส้น
ภาพจาก : thailanguagehut.com

Read More

วิธีทําให้คอมเร็วขึ้น

ในทุกๆ วันนี้เรียกได้ว่า คอมพิวเตอร์ เป็นอุปกรณ์ที่ทุกคนต้องมี และใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะใช้ในด้านการเรียน การทำงาน หรือเวลาพักผ่อนอยู่บ้านก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์ทั้งนั้น แต่เมื่อใช้คอมพิวเตอร์ไปนานๆ มันย่อมจะทำงานช้าลงเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งในบางทีอาจจะช้าถึงช้ามากจนทำให้เราหงุดหงิด หัวเสียได้เลยทีเดียว แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นเราจะทำอย่างไรกันดี เพื่อให้คอมพิวเตอร์คู่ใจของเรากลับมารวดเร็วเกือบเท่าของใหม่บ้าง มาดูวิธีทําให้คอมเร็วขึ้นกันเลย

  • ทำความสะอาด (Clean Up)

o เข้าไปที่ My Computer คลิ๊กขวาที่ Drives ใดก็ได้ (ยกเว้น CD)

o คลิ๊กขวา เลือก Properties

o คลิ๊ก Disk Cleanup

o ให้คลิ๊กเลือกไฟล์ที่ต้องการลบ (เลือกหมดเลยก็ได้)

o คลิ๊ก OK เครื่องจะเริ่มทำความสะอาด คือกำจัดไฟล์ขยะนั่นเอง

o รอสักพักก็จะเสร็จวิธีการทำความสะอาด

 

  • จัดเรียงข้อมูล (Defragment)

o เข้าไปที่ My Computer คลิ๊กขวาที่ Drives ใดก็ได้ (ยกเว้น CD)

o คลิ๊กขวา เลือก Properties

o คลิ๊กที่แท็บ Tools แล้วเลือก Defragment now

o ให้ทำการเลือก Drives ที่ต้องการจัดเรียงข้อมูล

o คลิ๊ก Defragment Disk

o จากนั้นจะมีตัวเลขขึ้นมาตรงช่อง Progress แสดงว่าเริ่มการจัดเรียงข้อมูล

o เมื่อตัวเลขหยุดวิ่ง แสดงว่าจัดเรียงข้อมูลเรียบร้อยแล้ว

 

จบแล้วสำหรับวิธีที่นำมาฝากกัน นี่เป็นวิธีการเบื้องต้นที่ไม่น่าจะยากเกินไป และทุกคนก็สามารถทำได้เองที่บ้าน ไม่ต้องยกไปให้ที่ร้านเสียเงิน 300 – 500 บาท แถมยังได้คอมพิวเตอร์ที่เร็วขึ้นใกล้เคียงกับตอนที่เราซื้อมาใหม่ๆ ด้วยนะ ลองดูสิ

 

วิธีทําให้คอมเร็วขึ้น
ภาพจาก : zarabotus.com

Read More